กรดโฟลิก [ Folic acid ] 
โฟลาซิน หรือโฟเลต หมายถึงสารที่มีคุณสมบัติทางชีวเคมีเหมือนกรดโฟลิก (วิตามิน บี 9) ซึ่งมีชื่อทางเคมีว่า ptery glutamic acid โมเลกุลของ glutamic acid มีได้ตั้งแต่ 1-7 โฟเลท ในอาหารอยู่ในรูป poly glutamate ซึ่งต้องอาศัย enzyme conjugase ในลำไส้ย่อยเป็น monoglutamate ก่อนจึงจะดูดซึมได้ อาหารที่มีโฟเลตอยู่มาก ได้แก่ ยีสต์ ตับไต เนื้อสัตว์ นม ถั่ว หน่อไม้ เห็ด และผักใบเขียว
ประโยชน์
กรดโฟลิก ถูก activate ที่ตับเป็น activate form คือ forinic acid โดยมีวิตามิน ซี อยู่ด้วยกรดโฟลิก ในรูป reduced คือ tetrahydrofolate เป็น co-enzyme ที่ทำหน้าที่ขนถ่าย single carbon unit ในการสร้าง purine c]t pyrimidineเกี่ยวข้องกับการสังเคราะห์ DNA และ RNA นอกจากนั้นกรด โฟลิก ยังมีบทบาท ในการสังเคราะห์กรดอะมิโนบางตัว เช่น methionine, glycine, serine และเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยน phenylalanine เป็น tryptophan กรดโฟลิก หรือ โฟลาซิน หรือวิตามิน บี 9 จัดเป็นวิตามินที่มีความสำคัญต่อร่างกายชนิดหนึ่ง มีความเกี่ยวข้องกับวิตามิน บี 12 ในการสร้างเม็ดเลือด ร่างกายมีความต้องการกรดโฟลิกมากน้อยเท่าใด ขึ้นกับอัตราการเผาผลาญอาหารในร่างกายและการหมุนเวียนของการสร้างเซลล์ ภาวะต่างๆ ของร่างกายที่จำเป็นที่ต้องได้รับกรดโฟลิกเพิ่มมากขึ้น ได้แก่ สตรีระหว่างตั้งครรภ์ ร่างกายมีการติดเชื้อ โลหิตจาง ร่างกายมีการสูญเสียเลือด และเยื่อหุ้มไขข้ออักเสบ เป็นต้น ประโยชน์ที่สำคัญสำหรับผู้ที่ต้องการมีบุตร คือ ก่อนการตั้งครรภ์ประมาณ 3 เดือน ควรจะรับประทานกรดโฟลิก เพื่อให้ครรภ์ที่จะเกิดขึ้นนั้นสมบูรณ์ เพราะกรดโฟลิกจะมีส่วนช่วยตัวอ่อนมีความแข็งแรงสมบูรณ์ ไม่พิการ และยังมีส่วนช่วยป้องกันการแท้งในช่วงแรกของการตั้งครรภ์อีกด้วย
อาการของการขาดกรดโฟลิก
ผู้ที่ขาดกรดโฟลิกจะมีอาการแสดงเหมือนกับการขากวิตามิน บี 12 กล่าวคือ จะมีอาการปากเปื่อย ลิ้นแดงอักเสบ ท้องเดิน น้ำหนักตัวลดลง และมีอาการทางระบบประสาทส่วนกลาง แต่อาการแสดงที่เด่นชัดก้คือ จะเป็นโรคโลหิตจางชนิดเม็ดเลือดแดงโตกว่าปกติ [Megaloblastic anemia] นอกจากนั้น ยังพบว่า ร่างกายของผู้ที่ขาดกรดโฤลิก เติบโตไม่เต็มที่ ผมหงอกเร็ว เฉื่อยชา เกียจคร้าน ขี้ลืม แก่เร็ว
ซี-เบค [ Z-BEC ]
[วิตามินรวมสูตรสำหรับผู้ใหญ่ จาก Wyeth วิตามินบีรวม ผสมเกลือแร่ สังกะสี วิตามินอี และ วิตามินซี]
ซี-เบค วิตามินรวมสูตรสำหรับผู้ใหญ่ จาก Wyeth วิตามินบีรวม ผสมเกลือแร่ สังกะสี วิตามินอี และ วิตามินซี ใน 1 เม็ด ประกอบด้วย * Vitamin E 45 หน่วยสากล * Vitamin C 600 mg * Thiamine (Vitamin B1) 15 mg * Riboflavin (Vitamin B2) 10.2 mg * Niacin 100 mg * Vitamin B6 10 mg * Vitamin B12 6 mg * Pantothenic Acid 25 mg * Zinc 22.5 mg ประโยชน์ ( สำหรับผู้ที่มีบุตรยาก ) ซี-เบค วิตามินรวมสูตรสำหรับผู้ใหญ่ จาก Wyeth วิตามินบีรวม ผสมเกลือแร่ สังกะสี วิตามินอี และ วิตามินซี ทำให้สามารถช่วยเพิ่มจำนวนตัวอสุจิ และทำให้ตัวอสุจิมีความแข็งแรงมากขึ้น ในการศึกษาวิเคราะห์ กรณีของคู่สามี ภรรยาที่มีบุตรยาก พบว่า ฝ่ายชายมีปัญหาทางด้านน้ำเชื้อมีปริมาณน้อย และไม่แข็งแรง ตรวจพบเพียง 5 แสนตัว / ซีซี พอรับประทาน Z-Bec ไปเพียง 3 เดือน ตรวจอีกครั้งพบว่าจำนวนตัวอสุจิเพิ่มขึ้นเป็น 24 ล้านตัว / ซีซี เลยทีเดียว
อีฟนิ่งพริมโรส ออยล์ [ Evening Primrose Oil ]

ประโยชน์ ลดอาการผิดปกติก่อนมีรอบเดือน เช่น อาการปวดศีรษะ ปวดท้อง เจ็บหน้าอก บวมน้ำ กระวน-กระวาย หงุดหงิด หรือโมโหง่าย ซึ่งมีสาเหตุหนึ่งมาจากการขาดกรดไขมันจำเป็นบางชนิด จึงทำให้มีการแปรปรวนของฮอร์โมนเพศหญิง จนเกิดการเปลี่ยนแปลงทางด้านอารมณ์และร่างกาย ดังนั้น เมื่อนำ อีฟนิ่ง พริมโรส ออยล์ มาใช้ในการรักษา จึงช่วยให้การเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนเกิดขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไปภายในรอบเดือน จึงช่วยบรรเทาอาการผิดปกติต่างๆ ให้ดีขึ้นด้วย อีฟนิ่ง พริมโรส ออยล์ยังช่วยลดการสร้างคอเลสเทอรอลในร่างกายรวมทั้งช่วยลดความดันโลหิตให้กลับคืนสู่ภาวะปกติ จึงลดอัตราเสี่ยงต่อ การเป็นโรคหัวใจ และยังช่วยลดอาการปวดข้อ โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งยารักษา ข้ออักเสบแต่อย่างใด นอกจากนี้ยังช่วยควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในระดับปกติได้ และในผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวาน ซึ่งมักจะมีอาการเสื่อมของระบบประสาท
น้ำมันอีฟนิ่งพริมโรส กับ โรคเยื่อบุมดลูกอยู่ผิดที่ตามปกติ เยื่อบุมดลูกอยู่ในโพรงของมดลูกเป็นเนื้อเยื่อที่ตอบสนองต่อระดับของฮอร์โมนเพศเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรน เมื่อถึงรอบเดือนเยื่อบุมดลูกจะหนาตัวขึ้น เพราะถูกฮอร์โมนเพศกระตุ้นแต่พอฮอร์โมนเพศลดระดับลง เยื่อบุมดลูกจะสลายตัวออกจากโพรงมดลูก หลุดออกมาเป็นประจำเดือนเมี่อออกมาหมดแล้ว และมีฮอร์โมนเพศมากระตุ้นอีก เยื่อบุมดลูกจะหนาขึ้นเหมือนเดิม และเมื่อระดับฮอร์โมนเพศลดลงก็จะออกมาเป็นประจำเดือนของเดือนถัดไปแต่ในบางครั้งเยื่อบุมดลูกเกิดอยู่ผิดที่ กล่าวคือ ไม่อยู่ในโพรงมดลูก แต่กลับไปอยู่ที่ รังไข่บ้าง ช่องเชิงกรานบ้าง ดังนั้น เมื่อฮอร์โมนเพศมีระดับสูง เยื่อบุมดลูกที่อยู่ผิดที่จะหนาขึ้น และเมื่อระดับฮอร์โมนเพศลดลงก็จะออกมาเป็นเลือด แต่เลือดที่ออกมานี้จะระบายออกมาทางช่องคลอดเช่นเยื่อบุมดลูกที่อยู่ในโพรงมดลูกไม่ได้ เลือดที่ออกมาจะถูกขังอยู่เป็นถุงน้ำหรือซีสต์ ในรังไข่บ้าง ช่องเชิงกรานบ้าง ซึ่งถ้าก้อนมีขนาดใหญ่ก็อาจจะต้องทำการผ่าตัด ดังนั้นกรดไขมันจำเป็น ซึ่งก็คือ กรดแกมมา ไลโนเลนิก (GLA) ที่มีอยู่ในน้ำมันอีฟนิ่งพริมโรสจึงมีบทบาทต่อโรคเยื่อบุมดลูกอยู่ผิดที่เป็นอย่างมาก กล่าวคือ กรดแกมมา ไลโนเลนิก ถูกเอาไปสร้างพรอสตาแกลนดิน 1(Prostaglandin E1 PGE1) สามารถบรรเทาอาการอักเสบของก้อนเนื้อได้ ทำให้อาการปวดลดลง
มีทฟอร์มิน [ Metformin ] กับการตั้งครรภ์

การใช้ metformin ในผู้มีบุตรยาก อยากทราบว่ามีข้อบ่งใช้หรือไม่เพราะพบ แพทย์สั่งใช้บอกคนไข้ว่าเกี่ยวข้องกับเรื่องประจำเดือนซึ่งคนไข้ก็ไม่ได้เป็นเบาหวานด้วย
ข้อบ่งใช้ของ metformin ที่ US FDA approve นั้นคือใช้ในโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ( non-insulin dependent diabetes melitus )นอกจากนี้ metformin ยังมีการนำมาใช้ในการป้องกันเบาหวานในขณะตั้งครรภ์, โรคอ้วน, polycystis ovary syndrome พบว่ามีหลายการศึกษาที่แสดงว่า metformin สามารถทำให้ประจำเดือนกลับมาเป็นปกติและเกิดการตกไข่ได้ในผู้หญิงที่เป็น polycystis ovary syndrome( PCOS )โดยในผู้ที่เป็น PCOS นั้นจะมีอาการของภาวะประจำเดือนผิดปกติ, การไม่ตกไข่( anovulation )หรือการมีการตกไข่น้อย( oligoovulation )และมีภาวะ hirtutisms หรือสิวซึ่งมีข้อมูลว่าการเกิด PCOS เกี่ยวข้องกับการดื้อต่อ insulin และภาวะ hyperinsulinemia โดยการที่มี insulin มากเกินนั้นจะมีผลต่อรังไข่และฮอร์โมนเพศหญิงทำให้เกิด การหนาตัวหรือเพิ่มจำนวนของ thecal cell ในรังไข่ ( thecal hyperplasia ), เพิ่มการหลั่ง androgen และยับยั้งการเจริญของ follicle การรักษาในอดีตจะใช้ oral contraceptve, cyproterone acetateและ clomiphene ส่วนในการรักษาแบบใหม่จะใช้ insulin sensitizing เช่น metformin หรือ troglitazone เพื่อแก้ไขที่ต้นเหตุโดยช่วยให้ภาวะ insulin resistanc และภาวะ hyperinsulinemia ดีขึ้น การศึกษาในผู้ที่มีบุตรยากในผู้หญิงที่มีภาวะ PCOS พบว่าการใช้ metformin ก่อนการกระตุ้นให้ตกไข่ด้วย clomiphene นั้นพบว่าสามารถเพิ่มการเกิดการตกไข่และอัตราการตั้งครรภ์ได้และใช้ลดอัตราการแท้งที่เกิดขึ้นในช่วงไตรมาสแรกของการตั้งครรภ์โดยไม่มี teratogenicity ได้ ทั้งยังสามารถทำให้อัตราการตกไข่ และอัตราการตั้งครรภ์เพิ่มขึ้นในผู้ที่ดื้อต่อการรักษาด้วย clomiphene citrate อีกด้วย
มีบางรายงานบ่งว่า ผู้ป่วยที่เป็น polycystic ovary syndrome (PCOS) ถ้าทาน metformin ต่อระหว่างการตั้งครรภ์จะช่วยลดอัตราการแท้งได้ แต่ยีงมีแค่รายงานเดียว คงต้องรอการศึกษายืนยันอีก อย่างไรก็ตามแพทย์บางท่านก็หันมาให้ยาตัวนี้ต่อในระหว่างตั้งครรภ์เลยโดยที่ข้อมูลยังไม่หนักแน่นนัก จริงๆ ก็อาจไม่มีผลเสียอะไรเพราะยังไม่เคยมีรายงานว่ายามีผลทำให้เกิดความผิดปกติในเด็ก คือยาค่อนข้างปลอดภัย แต่ในยุคที่มีการฟ้องร้องแพทย์กันมาก ทำให้หลายท่านกลัว และยาเกือบทุกตัวเขียนติดข้างกล่องป้องกันการฟ้องร้อง ว่าไม่ควรใช้ในหญิงตั้งครรภ์ โอกาสแท้งโดยทั่วไปก็ประมาณ 10-15% ของการตั้งครรภ์ทั่วไป การแท้งเป็นกลไกธรรมชาติแบบหนึ่งในการขจัดเด็กที่ผิดปกติ ถ้าไม่มีการแท้งเราจะเห็นเด็กที่คลอดออกมาผิดปกติเยอะเลย ธรรมชาติเขารู้ดี จึงช่วยให้เด็กที่ผิดปกติเหล่านี้ตาย และแท้งไป แทนที่จะเกิดออกมา
 |